Posted on

Biped เกมผจญภัย

รีวิวเกมส์

Biped เกมผจญภัย ผู้เขียนต้องบอกตามตรงเลยว่าก่อนจะมา รีวิวเกมส์ResidentEvil นี้ไม่เคยรู้จักเกมนี้มาก่อนครับกับเกมที่มีชื่อว่า Biped (ชื่อก็แปลกมาก) เป็นผลงานพัฒนาเกมของค่ายพัฒนาเกม NEXT Studio มันคือเกมสายอินดี้แนวผจญภัยน่ารัก ๆ

รีวิวเกมส์

เรื่องราวหุ่นยนต์จากนอกโลก 2 ตัว

ได้ร่อนลงมายังโลกมนุษย์กับภารกิจเปิดใช้งานบีคอนไปตามสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เรื่องราวของเกมมีแค่นี้แหละแต่ด้วยระบบเกมเพลย์ไม่ว่าจะเล่นแบบ Solo หรือแบบ Co-Op อันไม่เหมือนใครและเพลิดเพลินดื่มด่ำบรรยายกาศน่ารัก ๆ ในเกมนี่เองทำให้เกม Biped สร้างความแตกต่างจากเกมอื่น ๆ นี่คือรีวิวเกม Biped เกมผจญภัยน่ารัก ๆ เหมาะเล่นกับแฟน

เกมเพลย์

เกมไม่ได้มีเนื้อเรื่องให้ติดตามมีเพียงเรื่องเกริ่นขึ้นมาเมื่อเริ่มเกมเท่านั้นครับ นักพัฒนาตั้งใจพัฒนาเกมเพลย์ให้ออกมาไม่เหมือนใครแทน ระบบเกมเพลย์เกม Biped แบ่งออกเป็น 2 โหมดคือ Solo (ลุยเดี่ยว) หรือ Co-Op (ช่วยกันเล่น) ผู้เขียนแนะนำให้เล่นแบบ Co-Op จะมันส์กว่าเนื่องจากกุญแจสำคัญในการเอาชนะเกมนี้คือคือต้องใจเย็นและอาศัยความร่วมมือกันและกันเพื่อบรรลุเป้าหมายแต่ละด่านให้สำเร็จ ด่านต่าง ๆ เริ่มยากขึ้นมีความซับซ้อนมากขึ้น และบางครั้งต้องใช้ความคิดในการแก้ปริศนา ผู้เขียนต้องเรียนเลยว่าเห็นเกมมีภาพกราฟิกสดใสแบบนี้เกมเพลย์ยากท้าทายพอดูเลยครับ

สิ่งที่ทำให้เกมท้าทายมากคือระบบการควบคุมเจ้าหุ่นยนต์ในเกมนั่นเอง เราต้องควบคุมขาหุ่นยนต์แต่ละข้างที่เป็นอิสระต่อกัน ขาซ้ายควบคุมด้วยปุ่มอนาล็อกซ้ายและขาขวาควบคุมด้วยปุ่มปุ่มอนาล็อกขวา หมายความว่าเวลาเดินเราต้องขยับทิศทางปุ่มอนาล็อกซ้ายขวาให้สอดคล้องกันซึ่งมันยากมากหากขยับไม่พร้อมกันหุ่นยนต์ก็ไม่เดินไปข้างหน้า หรือขยับทิศทางไปตรงกันหุ่นยนต์อาจจะเดินไม่ตรง นักพัฒนาใช้จุดนี้เองนำระบบการเดินแบบไม่เหมือนใครนี้เองมาพัฒนาเกมเพลย์และองค์ประกอบด่านต่าง ๆ รีวิวเกมส์ResidentEvil ให้ยากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นบางพื้นที่เมื่อผู้เล่นก้าวขาเหยียบลงไปแล้วสักพักมันก็จะหายไปหากผู้เล่นไม่ขยับเคลื่อนตัวเดินไปด้านหน้าโดยเร็วผู้เล่นตกหน้าผาได้เลย หรือบางพื้นที่ต้องทรงตัวให้ดีก้าวผิดพื้นที่ก็จะพลิกหรือหมุนได้

หัวใจหลักของเกมใช้ประโยชน์ในการควบคุมขาหุ่นยนต์ที่อิสระต่อกันมาสร้างเป็นพัซเซิลตลอดทั้งเกม การที่จะแก้ไขพัซเซิลแต่ละครั้งเราจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจากผู้เล่นอีกคนนั่นทำให้โหมด Co-Op เหมาะกับเกมนี้มากเพราะทั้งสองจะต้องช่วยกันแก้ปัญหาผ่านไปยังจุดต่อไปของด่านให้ได้ ทว่าหากเล่นแบบ Solo จะมี AI คอยเติมเต็มส่วนนี้อยู่แต่เชื่อเถอะถ้าเล่นสองคนจะเพลินมาก ผู้เล่นทั้งสองต้องอาศัยความเชื่อใจกันและต้องสื่อสารกันและกันเป็นอย่างดีไม่งั้นตายคู่แน่ ๆ ยกตัวอย่างเช่นพื้นที่อนุญาตให้ผู้เล่นวางขาได้เพียง 3 ขาเท่านั้น ถ้าหากผู้เล่นทั้งสองวางลง 4 ขาเมื่อไหร่พื้นที่จะค่อย ๆ บีบเล็กลงจนสุดท้ายผู้เล่นจะไม่มีพื้นที่ให้ยืนและตกลงด้านล่างได้คือถ้านัดกันไม่ดีหัวร้อนได้ อารมณ์คล้าย Overcook เลย

ข้อดีอย่างนึงคือเกมนี้ตายกี่ครั้งก็ได้ไม่เป็นไรดังนั้นมันเลยเล่นได้สบาย ๆ ชิว ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากเลย จุดประสงค์ของเกมไม่ได้มีอะไรมาก เล่นให้จบด่านก็เป็นอันเคลียร์ ระหว่างทางจะมีเหรียญทองให้เก็บเพื่อนำไปซื้อของปรับแต่งให้กับหุ่นยนต์ของเรา ผู้เขียนชอบตรงที่เกมไม่เครียดเล่นชิว ๆ เหมาะเล่นกับแฟน (การันตีไม่ทะเลาะแบบเล่น Overcook แน่นอน) ข้อเสียอย่างเดียวคือเกมค่อนข้างจะสั้นมาก ๆ ใช้เวลาเล่นไม่เกิน 6 – 7 ชั่วโมงก็น่าจะเคลียร์หมดทุกด่านแล้ว และเกมมีแค่ 2 โหมดนี้เท่านั้น

กราฟิก

ถึงแม้เกม Biped จะเป็นสายอินดี้แต่ต้องบอกได้ว่าทีมพัฒนาของ Next Studio พัฒนากราฟิกออกมาได้สวยงามน่ารักมาก ตัวละครออกแบบมาน่ารัก ๆ รูปแบบตัวละครชวนให้นึกถึงเกม Little Big Plannet และ Tearaway ของค่าย Media Molecule รวมไปถึงสีสันสดใสฉูดฉาดสะดุดตาและองค์ประกอบด่านต่าง ๆ ออกแบบมาได้ดีตั้งแต่ด่านในป่าอันเขียวขจี, ด่านทะเลทราย ไปจนถึงเทือกเขาหิมะ สุดท้ายเสริมด้วยเพลงประกอบน่ารัก ๆ เข้ากับบรรยากาศต่าง ๆ ในเกมครับ

Verdict

  • เรียกได้ว่าเกม Biped เป็นเกมม้ามืดสายอินดี้ที่อยู่ดี ๆ โผล่มาวางจำหน่ายแบบดื้อ ๆ แต่หลังจากได้ทดลองเล่นแล้วก็รู้สึกว่าเกมนี้ไม่ธรรมดาเลย เกมมีระบบเกมเพลย์อันเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร รีวิวเกมส์ResidentEvil พร้อมใช้ความเด่นนี้ในการต่อยอดเกมเพลย์ในรูปแบบ Solo (ลุยเดี่ยว) หรือ Co-Op (ช่วยกันเล่น)
  • รวมไปถึงการแก้ไขปริศนาที่ต้องอาศัยความไว้ใจและการเข้าใจกันเป็นอย่างดีไปยังด่านต่าง ๆ ตั้งแต่ป่าอันเขียวขจี, ด่านทะเลทราย ไปจนถึงเทือกเขาหิมะในกราฟิกอันน่ารักสดใส หากใครกำลังมองหาเกมสั้น ๆ ราคาถูกไว้เล่นกับแฟนเกม Biped เป็นอีกหนึ่งเกมที่ผู้เขียนแนะนำให้ลองหามาเล่นดูกันครับ
Posted on

Resident Evil 3

รีวิวเกมส์residentevil

Resident Evil ถือเป็นซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จ แทบจะทุกภาคที่ทำออกมา โดยเฉพาะภาคคลาสสิกทั้ง 3 ตัว ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของซีรีส์ ภาคแรกโดดเด่นในเรื่องของปริศนา รีวิวเกมส์Resident Evil ความยาก ความน่ากลัว ภาคสองโดดเด่นในเรื่องของระบบการเล่นอันแปลกใหม่ ส่วนภาคสาม โดดเด่นในเรื่องของการให้อารมณ์ “ผู้ถูกไล่ล่า” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในซีรีส์

รีวิวเกมส์residentevil

ฝ่าวิกฤตไวรัสถล่มเมือง

และด้วยความที่ภาคแรกและภาคสอง ถูกนำมา Remake เรียบร้อยแล้ว ถ้าภาคสามไม่ถูกนำมาทำใหม่บ้างคงจะกระไรอยู่ ทาง Capcom ก็เลยเข็น Resident Evil 3 ฉบับ Remake มาให้เราเล่นกันตามเสียงเรียกร้อง วันนี้ HappyConsole จะพาคุณไปดูว่า RE3 เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด จะน่าเล่นโดนใจขนาดไหน ไปดูกันเลย

เนื้อหาของภาค 3 ในช่วงแรกจะเกิดขึ้นก่อนหน้าภาค 2 จะเริ่มต้นขึ้น เราจะได้เห็นการอพยพของคนทั้งหลายออกจากเมือง ก่อนที่เมืองจะกลายเป็นเมืองปิด เต็มไปด้วยซอมบี้อย่างที่คุณได้เห็นกันในภาค 2 Remake ก่อนหน้านี้

คุณจะรับบทเป็น Jill Valentine ตัวเอกจากภาคแรก รีวิวเกมส์Resident Evil ที่รอดตายจากเหตุการณ์คฤหาสน์นรก ทำให้เธอมีวิธีรับมือกับเหล่าซอมบี้ ในแบบที่คนอื่นไม่มี ตามเนื้อเรื่องคือเธอมาพักอยู่ในเมืองนี้ ก่อนที่จะเกิดวิกฤตไวรัสขึ้นไม่นาน เมื่อเกิดไวรัสขึ้น เราจะได้รับบทเป็นตัวเธอเอง เอาชีวิตรอดในเมืองนี้ และ “สิ่งนั้น” ไปให้ได้

รับบทเป็นทหารผู้มีประสบการณ์

  • Jill Valentine นั้น แตกต่างจาก Leon และ Claire ตรงที่ตัวเธอเองนั้น เคยเผชิญหน้ากับซอมบี้มาก่อน อีกทั้งเธอยังเป็นทหารหน่วยพิเศษ ส่งผลให้ความสามารถของเธอ มากกว่าสองคนก่อนหน้าอย่างเทียบไม่ติด แม้ว่าเธอจะไม่มีอุปกรณ์พิเศษใด ๆ การรับมือกับซอมบี้ด้วยตัวของเธอเองในภาคนี้ ก็ง่ายกว่าสองคนนั้นในระดับหนึ่ง
  • ตัวเธอเองสามารถหลบซอมบี้ได้ กับระบบที่เรียกว่า Dodge ซึ่งเอาไว้หลบการโจมตีของซอมบี้ได้แบบแน่นอนเกือบ 100% โดยระบบนี้เกิดจากที่เธอเข้าใจการทำงานในระบบของซอมบี้ ส่งผลให้เธอเข้าใจทิศทางการจู่โจมเหยื่อของมัน และไม่มีปัญหากับการรับมือ
  • แต่ก็ยังมีระบบขั้นกว่า Dodge ที่เรียกกันว่า Perfect Dodge ซึ่งเป็นการหลบการโจมตีแบบสมบูรณ์แบบ จะเกิดขึ้นได้เมื่อคุณกดหลบได้ตรงจังหวะเท่านั้น การหลบประเภทนี้จะสามารถกดหลบได้เรื่อย ๆ โดยไม่เกิดอาการเซ หากคุณกดเป็นจังหวะ ซึ่งนี่คือความแตกต่างอย่างแรก ของเธอกับตัวละครภาคก่อนหน้า
  • นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เธอดูไม่ตกใจเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู เธอสามารถคุมปืนได้นิ่งกว่าสองคนนั้นอย่างมาก ซึ่งนี่ถือเป็นสิ่งที่บอกกับคุณว่า ตัวละครที่คุณเล่น คือทหารผู้มีประสบการณ์ ไม่ใช่มือใหม่อย่างแน่นอน

การกลับมาของทหารรับจ้างหนุ่ม

ในภาคนี้ นอกจากเราจะได้รับบทเป็น Jill Valentine แล้ว เมื่อคุณดำเนินเนื้อเรื่องไปได้ถึงช่วงหนึ่ง ตัวละครของคุณจะถูกสับเปลี่ยนเป็น Carlos Oliveira หนึ่งในหน่วยงาน U.B.C.S. Corporal ที่เข้ามาเคลียร์สิ่งที่เกิดขึ้นในเมือง ซึ่งถ้าคุณเคยเล่นเกมเวอร์ชั่นเก่า คุณจะทราบเหตุผลว่าทำไมตัวละครถึงถูกสับเปลี่ยนในช่วงกลางเกม แต่ถ้าคุณไม่เคยเล่น เราไม่ขอสปอยล์ดีกว่า

สำหรับ Carlos ในเกมเวอร์ชั่นเก่า ถือเป็นตัวละครที่มีบทค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับความสำคัญของตัวละคร แต่ในภาคนี้ เขาถูกคอนเฟิร์มออกมาแล้วว่า จะมีบทที่เยอะกว่าเดิม อีกทั้งยังมีความสามารถเพิ่มขึ้นด้วย โดยเขาสามารถทำ Perfect Dodge ได้แบบ Jill แต่พิเศษกว่าตรงที่ เขาสามารถทำสิ่งที่เรียกว่า executing หลังการหลบได้ทันที โดยศัตรูที่โดนจะถึงตายโดยไม่มีข้อแม้

หากคุณคิดว่า Mr.X ในภาคก่อนหน้าคือที่สุดแล้ว ขอบอกว่าคุณกำลังคิดผิด เพราะศัตรูในภาคนี้ ‘Nemesis’ คือฝันร้ายที่แท้จริงของซีรีส์ เพราะไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีต่อกี่ปี กี่ภาคต่อกี่ภาค เหล่าแฟน ๆ ของซีรีส์นี้ ก็ยกย่องให้มัน คือฝันร้ายที่แท้จริงของ Resident Evil อย่างที่ไม่มีใครปฏิเสธอะไรได้

Nemesis คือไทแรนท์ที่ได้รับไวรัสชนิดพิเศษเข้าไป ส่งผลให้มันเกิดการกลายพันธุ์ มันมีทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง สติปัญญา แต่เสียอย่างเดียวที่หน้าตามันแย่ไปหน่อย ทำให้ในภาคนี้ Jill ต้องเหนื่อยมากทีเดียว เพราะมันไม่ได้ไล่ตามช้า ๆ แบบ Mr.X มันสามารถกระโดดพุ่งมาดักหน้า หรือควักปืนมายิงคุณได้เลยทันที

คุณฟังไม่ผิด Nemesis นั้นมีสติปัญญาที่ดีมาก มันใช้อาวุธได้ มันรู้ว่าคุณจะหนีไปทางไหน และจะรับมือกับมันในสถานการณ์นี้ได้อย่างไร ส่งผลให้ศัตรูใน RE3 Remake ครั้งนี้ น่าจะเป็นศัตรูที่แกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ Resident Evil เท่าที่คุณเคยประสบพบมาเลยก็ได้

รู้ขนาดนี้แล้วตัดสินใจกันได้หรือยังว่า Resident Evil 3  รีวิวเกมส์Resident Evil เหมาะสมกับคุณหรือเปล่า ? ถ้าคิดว่าอยากได้และต้องจัดเดี๋ยวนี้เลย สามารถติดต่อเรา HappyConsole ตามช่องทางด้านล่างเพื่อสั่งซื้อสินค้าได้เลยจ้า

Posted on

Resident Evil 2 ฉบับสร้างใหม่

ผีชีวะ Full 3D

Resident Evil 2 ฉบับสร้างใหม่ เกมส์น่าเล่นแห่งปี

กม Resident Evil 2 ฉบับสร้างใหม่ หรือรีเมค ที่เป็นเกมที่แฟนๆโดยเฉพาะชาวไทยรอคอยกันมาตลอด ตั้งแต่เปิดตัวและเปิดให้ลองเล่นในงานเกม ที่มีคอเกมคนไทยแสดงความสนใจมากมาย ทำให้การมาของผีชีวะครั้งที่สองที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งบน PS4 , XBoxone และ PC กลายเป็นเกมฟอร์มยักษ์ที่วางขายช่วงต้นปีในทันและแน่นอนว่า เกม Resident Evil 2

ถูกสร้างโดยมีต้นแบบมาจากเกมที่ออกวางขายบน PS1 ในยุค 90 ทำให้มันต้องเปลี่ยนไปหมด และผู้สร้างก็บอกว่ามันไม่ใช่การรีเมค แต่เป็นการนำเรื่องราวภาคต้นฉบับมาตีความใหม่ และเสริมเกมเพลย์ใหม่ เข้าไปจนกลายเป็นเกมใหม่มากกว่าเป็นการรีเมค แน่นอนว่าทำให้มันกลายเป็นเกมใหม่แทบจะ 100% โดยจะมีฉากหลังเดิม ตัวละครเดิม เป็นตัวเดินเรื่อง

กราฟิกจัดหนักจัดเต็มเหมือนเกมยุคใหม่

แน่นอนสิ่งที่ Resident Evil 2 รีเมค เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือกราฟิกในเกม ที่ปรับเปลี่ยนไปหมดเพราะมันเป็น Full 3D แบบปรับมุมกล้องได้ ไม่ได้เป็นเกมเพลย์ที่มีมุมกล้องแบบวงจรปิดเหมือนเดิม แถมยังเป็นกราฟิกของเกมยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยรายละเอียดสมจริง อย่างมาก ทั้งฉากแม้จะจำลองมาจากของเดิมแต่ก็ปรับเปลี่ยนไปอย่างมาก

การออกแบบตัวละครก็สามารถถ่ายถอดความเป็นต้นฉบับออกมาเป็นตัวละครยุคใหม่ได้ลงตัว แบบมองก็รู้ในทันทีว่าเป็นใคร รวมทั้งมอนสเตอร์และซอมบี้ ที่มีตัวละครในตำนานกลับมาให้หายคิดถึงและยังอัพเกรดความหลอนด้วยการเล่นกับแสงเงา บรรยากาศความมืดที่จัดเต็มความหลอนแบบสุดๆ และบอกได้เลยว่าเมื่อมารวมกับเพลง และเสียงประกอบที่ทำออกมาดี มีการเล่นกับเสียงบรรยากาศและความเงียบจนผู้เล่นแอบสะดุ้งอยู่หลายฉาก เรียกว่าในส่วนนี้ไม่มีอะไรให้ติแม้แต่น้อยหากมองว่ามันคือเกมสยอง

อย่างที่บอกไปว่าเกม Resident Evil 2 เป็นการสร้างใหม่ทั้งหมด ทำให้รูปแบบการเล่นถูกปรับเปลี่ยนไปหมด โดยจากเดิมเป็นเกมแอ็คชั่นสยองที่ใช้มุมมองแบบกล้องวงจรปิด และเดินแบบรถถังแบบเดียวกับซีรีส์ Resident Evil ภาคแรกๆ ที่ทุกวันนี้ถือว่าเชยไปมากแล้ว

มาคราวนี้ทาง Capcom จึงได้ปรับเปลี่ยนเกมเพลย์ของ Resident Evil 2 ไปใหม่หมดเป็นมุมกล้องแบบบุคคลที่ 3 แบบมองข้ามไหล่ที่ใช้เป็นครั้งแรกในเกม Resident Evil 4 ทำให้สะดวกในการมองฉากและสามารถปรับเปลี่ยนมุมกล้องได้เองแล้ว ทำให้ไม่เกิดมุมอับแบบต้นฉบับ และทำให้ตัวเกมกลายเป็นเกมใหม่ไม่เหมือนเดิมเลย และเป็นรูปแบบการเล่นที่เข้ากับยุคสมัยและไม่เชยแม้แต่น้อย แถมยังเล่นได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด