Posted on

Resident Evil 3 Remake

เกมส์

Resident Evil 3 Remake โปรเจกต์รีเมคเกมยิงซอมบี้ในตำนานที่มาไวสายฟ้าแลบแทบไม่ต้องรอ จนหลายคนแอบเป็นห่วงกังวลว่ามันจะรักษามาตรฐานอันสูงส่งที่เคยทำไว้ได้หรือเปล่า และผลสุดท้ายมันก็เป็นไปอย่างที่พวกเราหวาดวิตกกัน รีวิวเกม resident evil

เกมส์

สายล่อฟ้า มหาเสน่ห์

สำหรับตัวเกม Resident Evil 3 Remake นี้จะอิงเนื้อหาตามต้นฉบับ ซึ่งเล่าเหตุการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในเมือง Raccoon City ในช่วงเวลาไทม์ไลน์คาบเกี่ยวเกิดก่อนภาคสองเพียงเล็กน้อย รีวิวเกม resident evil โดยให้ผู้เล่นรับบท จิล วาเลนไทน์ สาวสวยแห่งหน่วย S.T.A.R.S. ผู้ได้รับมอบภารกิจตามส่ององค์กร อัมเบรลล่า ที่แอบค้นคว้าทดลองอาวุธชีวภาพอยู่ลับๆในเมืองแห่งนี้ แต่ทว่าการสืบสวนของเธอยังไม่ทันเริ่มก็เกิดมหันตภัยขึ้นเสียก่อน เมื่อเชื้อร้ายได้แพร่ระบาดแปรสภาพผู้คนให้กลายเป็นผีดิบเดินดิน ซ้ำร้ายยังมีอสูรกายร่างยักษ์ที่หมายตามติดปลิดชีวิตเธอถึงคอนโด

ด้านบรรยากาศ ระบบเกมเพลย์ และภาพกราฟิก ทุกอย่างจะใกล้เคียงกับผลงานรีเมคก่อนหน้านี้ เพราะใช้เอนจิ้นตัวเดียวกัน ด้วยมุมกล้องแบบมองผ่านไหล่ตัวละคร เลือกเล็งยิงส่วนต่างๆของมอนสเตอร์ได้อิสระเสรี มีปุ่มชอร์ตคัตสำหรับเรียกใช้อาวุธสะดวกรวดเร็วทันท่วงที ในขณะที่การบริหารกระสุน และการวางแผนเนื้อที่ช่องใส่สัมภาระที่มีอยู่จำกัดนั้น

ยังคงเป็นองค์ประกอบหัวใจหลักที่ผู้เล่นต้องให้ความสำคัญเหมือนเช่นเคย จุดเด่นที่แตกต่างเพียงข้อเดียวคงเห็นจะเป็นเรื่องของ มีดพก ที่ทางทีมผู้พัฒนาใจดีตัดปัจจัยน่ารำคาญในเรื่องของความทนทานทิ้งไป จึงทำให้เหล่าเกมเมอร์ที่ชอบโชว์ทักษะเคลียร์เกมด้วยมีดเล่มเดียวหรือ Knife Only นั้น สามารถทำชาเลนจ์สุดท้าทายของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย

แน่นอนว่าศัตรูคู่อาฆาตเราอย่างเจ้า Nemesis ย่อมต้องเป็นดาวเด่นชูโรงในภาคนี้ ซึ่งเราจะได้มีโอกาสพบปะทำความรู้จักคุ้นเคยกับมันบ่อยครั้งจนเบื่อขี้หน้า เพราะความอึดถึกทนทายาดของมัน ขยันไล่ล่าติดตามเราไปในทุกๆที่อย่างไม่ลดละ พูดแล้วก็ชวนให้นึกถึงบุรุษยักษ์หน้านิ่ง มิสเตอร์เอ็กซ์ ที่เคยเป็นหนามยอกอกผู้เล่นในภาคที่แล้ว เพียงแต่เสริมเพิ่มเติมฟังก์ชันยกระดับความโหดขึ้นไปอีกขั้นด้วยคลังอาวุธหนักสุดไฮเทค ที่ไม่รู้ว่าเจ้าอัปลักษณ์หนวดชอนไชนี้

มันไปขุดหามาจากที่ไหนกัน และด้วยความร้ายกาจของบอสจอมตื้อ รวมถึงเหล่ามอนสเตอร์ส่วนใหญ่ภายในเกมที่สามารถกระโจนปลิดชีพเราได้จากระยะไกลนี้ จึงเป็นเหตุให้ตัวเราต้องมีเทคนิคหลบหลีกพิเศษที่เรียกว่า Side Step (กดปุ่ม R1) เข้ามาช่วยเหลือ โดยหากเราฝึกฝนให้คล่องชำนาญ กดใช้งานได้ถูกจังหวะตอนที่ศัตรูโจมตีใส่พอดี รีวิวเกม resident evil ก็จะบังเกิดเป็นเอฟเฟกต์ สโลว์โมชันเท่ๆให้เรามีเวลาตั้งหลักยืนยิงกระหน่ำสวนกลับมันแบบสบายๆ

เนื่องด้วยเนื้อหาที่อุบัติขึ้นในเมืองเดียวกัน และช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับเหตุการณ์ในภาคสอง ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจหากเราจะได้เห็นบางฉากสถานที่ที่คุ้นเคย หวนกลับมาให้ได้เอาตัวรอดกันอีกหน ยกตัวอย่างเช่น ฉากท่อระบายน้ำใต้ดิน หรือว่าจะเป็น ฉากสถานีตำรวจ RPD ที่คงรักษาแบบแปลนแผนผังเอาไว้ดังเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

เพียงแต่จะมีการดัดแปลงแก้ไขบล็อคกั้นพื้นที่บางส่วนหรือเปิดเส้นทางใหม่ๆให้ได้สำรวจกัน เพื่อให้เข้ากับสไตล์การเล่นของเจ๊สาว จิล วาเลนไทน์ รวมถึงหนุ่มทหารรับจ้างสุดบ้าระห่ำ คาร์ลอส โอลิเวียร่า ที่ในเวอร์ชันรีเมคนี้ดูจะมีบทบาทสำคัญแย่งซีนเด่นมากยิ่งขึ้น จากการที่ทีมผู้พัฒนาตัดสินใจเขียนบทใหม่ให้เขาเป็นคู่หูผู้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับแม่หญิงดวงซวยของเราตั้งแต่ช่วงต้นเกม

  • จากปัญหาความมืดมิดดำสนิทมองอะไรแทบไม่เห็นที่เคยสร้างความลำบากให้ผู้เล่นเมื่อครั้งก่อน มาคราวนี้ทาง แคปคอม จึงคิดหาหนทางใหม่ที่จะมากระตุกขวัญสั่นประสาทสร้างความหวาดผวา
  • ท่ามกลางฉากหลังสิ่งปลูกสร้างที่ถูกปรับใหม่ให้ดูสว่างไสวขึ้นจากเปลวไฟและแสงสีนีออนที่สะท้อนกับพื้นถนน ซึ่งวิธีที่พวกเขาเลือกใช้ก็คือ เน้นมุกสะดุ้งตุ้งแช่ ทำเสียงดังปึงปัง ให้ศัตรูโผล่มาแฮ่ในจังหวะทีเผลอไม่ทันระวังตั้งตัว
  •  แบบเดียวกับที่หนังระทึกขวัญเกรดบีมักนิยมใช้กัน ถ้านานๆมาทีเราจะไม่ว่าเลย แต่นี่เล่นยัดเยียดใส่มาล้นจนเกินงาม จากแรกๆที่เคยเล่นเอาขวัญหนีดีฝ่อ พอเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่านานๆเข้าความรู้สึกก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรำคาญพาลเบื่อหน่าย
  • ซึ่งว่ากันตรงๆมอนสเตอร์ในเกมต่างก็มีความน่ากลัวของมันอยู่ เพียงแค่เดินเลี้ยวหัวมุมมาแล้วเห็นเงาตะคุ่มๆคุณก็แทบเยี่ยวเล็ดแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆที่จะต้องสร้างสถานการณ์ รีวิวเกม resident evil พยายามบิ๊วให้เกินเลยขอบเขตจนแลดูเป็นเกมสยองขวัญ Low Class อะไรแบบนี้เลย